ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านครับ 

 

ยินดีต้อนรับสู่เวปไซต์ส่วนตัวครับ  เวปไซต์นี้ทำขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ของผมที่สอนนักศึกษาในแวดวงพุทธศาสนศึกษา ณ มหาวิทยาลัยมหิดล  คำถามที่ตอบในเวปไซต์นี้โดยมากมาจากนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอกภายในมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นหลัก ซึ่งบางที อาจารย์ท่านอื่นๆได้รวบรวมให้บ้าง นักศึกษาถามผมโดยตรงบ้าง ผมเห็นว่านักศึกษาในสถาบันการศึกษาอื่นๆ อาจจะมีคำถามทางพระพุทธศาสนาในลักษณะเดียวกันจึงได้เลือกมาตอบลงในเวปไซต์นี้เพื่อให้สาธารณ ชนในวงกว้างได้อ่านด้วย

ขอชี้แจงนะครับ แนวทางคำตอบของผมเอาหลักคิดทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยเป็นหลักในการตอบ เพราะการใช้ชีวิตที่อยู่บนพื้นฐานทางศีลธรรมตามหลักมรรคมีองค์ ๘ คือรากฐานสำคัญของชีวิตมนุษย์ พระพุทธศาสนาสอนถึงกฎแห่งกรรม การใช้ชีวิตบนพื้นฐานของคุณธรรมหรือศีลธรรม เป็นการใช้ชีวิตที่รับผิดชอบต่อตนเองทั้งในปัจจุบัน ทั้งในอนาคต เมื่อชาวพุทธใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรมหรือศีลธรรม ผลดีย่อมจะเกิดแก่ชาวพุทธทั้งในปัจจุบันทั้งในอนาคตเช่นเดียวกัน 

ส่วนการใช้ชีวิตแบบเสรีนิยมตะวันตก ไม่เคารพในขนบธรรมเนียมหรือวัฒนธรรมประเพณีที่ดีของไทย เช่น การมีเพศสัมพันธ์อย่างเสรี โดยไม่จำเป็นต้องแต่งงานกัน หรือการทดลองอยู่ด้วยกันของนักศึกษาตามมหาวิทยาลัยต่างๆ  การไม่เคารพผู้อาวุโสกว่า การตีตนเสมอผู้ใหญ่ การอกตัญญู ไม่ค่อยรู้คุณคน การทอดทิ้งสามีหรือภรรยาที่มีบุตรร่วมกันแล้ว การทอดทิ้งบุตรธิดาให้อยู่ตามลำพังเพื่อไปหาคู่ใหม่อย่างเสรี ฯลฯ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่เห็นปรกติในสังคมตะวันตก และถ่ายทอดให้เห็นเป็นประจำผ่านสื่อจำพวกภาพยนตร์และสื่อโซเชียลมิเดีย กระแสสังคมไทยก็กำลังมาแนวนี้ 

หลักๆ แล้ว การใช้ชีวิตของชาวตะวันตกอย่างในยุโรปหรืออเมริกามาจากฐานความคิดวัตถุนิยมที่ไม่เชื่อในกฎแห่งกรรม ไม่เชื่อในการเวียนว่ายตายเกิด ไม่เชื่อในบุญบาปหรือภพนี้ภพหน้า จึงไม่มีความจำเป็นต้องไปสนใจกฎเกณฑ์ ธรรมเนียม ประเพณีหรือศีลธรรมอะไรมาก ใช้ชีวิตตามความอยากเป็นหลัก พอใจจะใช้ชีวิตแบบไหนก็ใช้ ในขณะที่พระพุทธศาสนาสอนให้ควบคุมความอยากให้อยู่ในกรอบ ผู้ใช้ชีวิตแบบเสรีนิยมสไตล์ยุโรปและอเมริกาจึงเข้าข่ายดำเนินชีวิตไปตามครรลองของกามสุขัลลิกานุโยค (Hedonism) ซึ่งเป็นวิถีชีวิตแบบสุดโต่งไปข้างมากกว่าจะเป็นทางสายกลาง (มรรค ๘ หรือ Middle Way) ในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งชาวพุทธไทยที่เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม สมควรจะต้องใช้โยนิโสมนสิการให้ถี่ถ้วนก่อนจะคล้อยตาม

นักศึกษามหาวิทยาลัยบางคน แย้งว่าคำอธิบายผมเช่น การสอนให้รักนวลสงวนตัวซึ่งพระพุทธศาสนาสอนทั้งหญิงทั้งชายนั้นโบราณมาก ไม่เหมาะสมกับยุคสมัย ซึ่งผมก็ไม่ปฏิเสธถ้าพูดถึงว่าคำสอนเหล่านี้มีมานับแต่พระพุทธเจ้าที่ทรงมีพระชนมายุเมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีมาแล้ว แต่ความจริงแล้ว คำสอนพระพุทธองค์เป็นสัจธรรม ไม่มีคำว่าล้าสมัยหรือทันสมัย แต่เป็นจริงทุกกาลเวลา  ไม่ว่ายุคสมัยหรือกระแสสังคมจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร หลักคิดของพระพุทธศาสนาก็ยังเป็นสัจธรรมเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง กฎแห่งกรรมยังดำรงอยู่เหมือนเดิม ใครทำดีหรือมีชีวิตบนพื้นฐานศีลธรรมย่อมได้ดี ใครทำชั่วได้ชั่ว ก็ยังเป็นสัจธรรมที่ดำรงอยู่เหมือนเดิม ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้ แม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ หลักคิดที่ผมนำเสนอจึงไม่มีโบราณ ไม่มีล้าสมัย ไม่มีทันสมัย แต่เป็นสัจธรรมหรือความจริงที่ดำรงอยู่ตลอดเวลา อะไรที่เป็นความดีหรือหลักคุณธรรม ใครทำใครก็ได้ และจะเป็นเช่นนี้ไปตลอด ในฐานะที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและเป็นชาวพุทธ ผมจึงส่งเสริมและยืนหยัดอยู่กับหลักคิดทางพระพุทธศาสนานี้ ไม่มีเปลี่ยนแปลง

ถ้าเห็นว่าเนื้อหาสาระในเพจนี้มีประโยชน์ก็ช่วยนำไปแชร์ให้คนไทยอื่นๆ ได้รับทราบกันด้วยนะครับ ขอขอบคุณมาก หวังว่าปีใหม่ ๒๕๖๔ นี้จะเป็นปีที่ดีสำหรับทุกๆ ท่านครับ

                                                                                                           ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์
 

 
 


 



ท่านใด ต้องการจะติดตามผมทางช่องยูทูป ขอเชิญได้ครับที่ 

 
https://www.youtube.com/channel/UCcepqu6QDkrDen0bhV3w3PQ?view_as=subscriber


 




 


       

"บทความในเวปไซต์นี้มุ่งเผยแผ่หลักคิดหรือวัฒนธรรมแบบพุทธเป็นธรรมทานเพื่อบริการความรู้ทางพระพุทธศาสนาสู่สาธารณชนในวงกว้าง ท่านผู้อ่านท่านใดมิได้มุ่งแสวงหากำไร ท่านสามารถนำข้อความจากเวปไซต์นี้ไปโพสต์หรือลงพิมพ์ในที่ต่างๆ ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากผม แต่ขอให้ระบุที่มาคือผู้เขียนและเวปไซต์นี้ด้วย ผมก็พอใจแล้วครับ"
ผศ.ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์
มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม
พุทธศักราช 2550